5 Manual Valve หรือ Service Valve ในระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล
เป็นวาล์วพื้นฐานที่ใช้กันโดยทั่วไป ซึ่งมีโครงสร้าง และจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้
1. Gate Valve

เป็นวาล์วที่ใช้สำหรับการเปิด-ปิดเท่านั้น โดยลิ้นวาล์วมีลักษณะเป็นรูปลิ่ม จะเคลื่อนที่ตามแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล ตามการหมุนของก้านวาล์ว
ประเภทของ Gate Valve
- Rising Stem : ก้านวาล์วจะเคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเปิดวาล์ว ทำให้รู้ตำแหน่งการเปิดวาล์วชัดเจน
- Non Rising Stem : ก้านวาล์วจะไม่เคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเปิดวาล์ว
2. Globe Valve

เป็นวาล์วที่ใช้สำหรับการควบคุมปริมาณการไหลโดยเฉพาะ ช่องทางการไหลเป็นรูปร่างคล้ายตัวอักษร S สามารถใช้ในการเปิด-ปิดได้เช่นกัน แต่มีประสิทธิภาพน้อยกว่า Gate Valve ในด้านนี้
ลักษณะทางกายภาพของ Globe Valve
- สำหรับวาล์วขนาดเล็ก ทำด้วยทองเหลือง จะเป็นชนิด Rising Stem เท่านั้น
- สำหรับวาล์วขนาดใหญ่ ทำด้วยเหล็ก จะเป็นชนิด OS&Y Rising Stem (Hand Wheel) เท่านั้น
- อีกลักษณะเป็นรูปตัวอักษร Y-Type ออกแบบมาเพื่อลดการเกิด Pressure Drop ที่เกิดขึ้นจาก Globe Valve ปกติ
3. Ball Valve

เป็นอุปกรณ์ควบคุมการไหลในระบบท่อ โดยมีลิ้นวาล์วทรงกลมที่มีช่องตรงกลางเป็นส่วนประกอบหลัก สามารถควบคุมการไหลการทำงานใช้การหมุนด้ามจับ 90 องศาเพื่อเปิด-ปิด
ประเภทของ Ball Valve ที่นิยมใช้ในอาคารพาณิชย์
- Full Port หรือ Full Bore จะมีราคาแพง เนื่องจาก Ball และ Body จะมีขนาดใหญ่เพื่อให้ช่องทางน้ำไหลมีขนาดเท่ากับรูภายในของท่อ
- Reduce Port หรือ Reduce Bore จะมีราคาถูก เนื่องจาก Ball และ Body จะมีขนาดเล็กเป็นวาล์วประหยัด แต่มีข้อเสีย คือ Pressure Drop สูง
4. Butterfly Valve

เป็นวาล์วที่ใช้สำหรับเปิด-ปิด หรือการควบคุมปริมาณการไหล ลิ้นของวาล์วมีลักษณะเป็นแผ่นจาน มีก้านวาล์วเสียบผ่านลิ้น
ลักษณะของตัววาล์ว (3 ประเภทหลัก)
- Wafer Type: ไม่มีรูร้อยน็อต ทำให้ติดตั้งยาก โอกาสเยื้องศูนย์สูง ไม่สามารถถอดหน้าแปลนเพื่อซ่อมท่อได้
- Wafer Type with Alignment Hole: มีรูช่วยประคอง ป้องกันการเยื้องศูนย์ แต่ไม่สามารถถอดหน้าแปลนเพื่อซ่อมท่อได้
- Lug Type: มีรูร้อยน็อตครบ ทำให้ติดตั้งแม่นยำ สามารถถอดหน้าแปลนเพื่อซ่อมท่อได้ ในขณะที่วาล์วยังสามารถปิดกั้นน้ำได้อีกฝั่งหนึ่ง
5. Check Valve

เป็นวาล์วที่ใช้ควบคุมทิศทางการไหล ให้ของไหลไหลไปในทิศทางเดียว (ป้องกันการไหลกลับ)
ประเภทตามลักษณะการทำงาน
- Swing Check Valve ลิ้นวาล์วมีลักษณะเป็นแผ่นจาน มีแขนห้อยอยู่กับจุดหมุน หากของเหลวไหลย้อนกลับจะทำให้ลิ้นวาล์วปิด
- Spring Load Check Valve มีสปริงช่วยกดลิ้นวาล์วให้ปิดก่อนที่จะเกิดการไหลกลับของของเหลว ป้องกันการเกิด Water Hammer
ประเภทตามจำนวนชิ้นส่วนของลิ้นวาล์ว
- Swing Check Valve with Spring Load (Single Disc): สามารถใช้กับระบบน้ำเสียได้
- Duo-Disc Check Valve หรือ Non-Slamming Check Valve (Duo Disc): มีลิ้น 2 ชิ้น ที่มีแกนอยู่ตรงกลาง ไม่ควรใช้กับระบบน้ำเสีย
- Silent Check Valve: มีลิ้นวาล์วเดียว เคลื่อนที่ในแนวแกนท่อ
Modulating Check Valve
- เป็น Check Valve ที่มี Diaphragm เป็นตัวควบคุมให้ลิ้นวาล์วเปิดหรือปิด
- ป้องกันการเกิด Water Hammer ขณะเปิดหรือปิด Pump ได้
Booster Pump Control Valve
- ทำหน้าที่เหมือน Modulating Check Valve แต่มีวงจรไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง
- ต่อ Interlock เข้ากับมอเตอร์ของ Pump ป้องกันการเกิด Water Hammer
⚙️วาล์วทั้ง 5 ประเภทเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับงานระบบประกอบอาคาร ซึ่งวาล์วมีหลายประเภทให้เลือกใช้ ขึ้นอยุ่กับลักษณะ และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
“บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด(มหาชน) จัดจำหน่ายวาล์วและอุปกรณ์ประกอบท่อ ภายใต้แบรนด์ Fivalco แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ระหว่าง Gate Valve และ Globe Valve ควรเลือกใช้อย่างไร?
A: Gate Valve เหมาะสำหรับการเปิด-ปิดสุดเท่านั้น (On/Off) ในขณะที่ Globe Valve ออกแบบมาเพื่อปรับปริมาณการไหล (Throttling) โดยเฉพาะครับ
Q: ทำไม Ball Valve ชนิด Full Port ถึงมีราคาสูงกว่า Reduce Port?
A: เนื่องจาก Full Port มีขนาดรูผ่านน้ำเท่ากับขนาดท่อจริง ทำให้ลดการสูญเสียแรงดัน (Pressure Drop) แต่ต้องใช้ตัววาล์วที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงมีต้นทุนสูงกว่าครับ
Q: Water Hammer คืออะไร และวาล์วตัวไหนช่วยป้องกันได้?
A: คือแรงกระแทกของน้ำที่เกิดจากการเปลี่ยนทิศทางหรือหยุดไหลกะทันหัน สามารถป้องกันได้โดยใช้ Spring Load Check Valve หรือ Silent Check Valve ครับ








