fbpx

5 Manual Valve หรือ Service Valve ในระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล

5 Manual Valve หรือ Service Valve ในระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล

เป็นวาล์วพื้นฐานที่ใช้กันโดยทั่วไป ซึ่งมีโครงสร้าง และจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้

  1. Gate Valve เป็นวาล์วที่ใช้สำหรับการเปิด-ปิดเท่านั้น โดยลิ้นวาล์วมีลักษณะเป็นรูปลิ่ม จะเคลื่อนที่ตามแนวตั้งฉากกับทิศทางการไหล ตามการหมุนของก้านวาล์ว

แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. Rising Stem : ก้านวาล์วจะเคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเปิดวาล์ว ทำให้รู้ตำแหน่งการเปิดวาล์วชัดเจน
  2. Non Rising Stem : ก้านวาล์วจะไม่เคลื่อนที่ตามตำแหน่งการเปิดวาล์ว

  1. Globe Valve เป็นวาล์วที่ใช้สำหรับการควบคุมปริมาณการไหลโดยเฉพาะ ช่องทางการไหลเป็นรูปร่างคล้ายตัวอักษร S สามารถใช้ในการเปิด-ปิดได้เช่นกัน แต่มีประสิทธิภาพน้อยกว่า Gate Valve ในด้านนี้
  • สำหรับวาล์วขนาดเล็ก ทำด้วยทองเหลือง จะเป็นชนิด Rising Stem เท่านั้น
  • สำหรับวาล์วขนาดใหญ่ ทำด้วยเหล็ก จะเป็นชนิด OS&Y Rising Stem (Hand Wheel) เท่านั้น
  • อีกลักษณะเป็นรูปตัวอักษร Y-Type ออกแบบมาเพื่อลดการเกิด Pressure Drop ที่เกิดขึ้นจาก Globe Valve ปกติ

  1. Ball Valve เป็นอุปกรณ์ควบคุมการไหลในระบบท่อ โดยมีลิ้นวาล์วทรงกลมที่มีช่องตรงกลางเป็นส่วนประกอบหลัก สามารถควบคุมการไหลการทำงานใช้การหมุนด้ามจับ 90 องศาเพื่อเปิด-ปิด

Ball Valve ที่ใช้ในอาคารพาณิชย์ มี 2 ลักษณะคือ

  1. Full Port หรือ Full Bore จะมีราคาแพง เนื่องจาก Ball และ Body จะมีขนาดใหญ่เพื่อให้ช่องทางน้ำไหลมีขนาดเท่ากับรูภายในของท่อ
  2. Reduce Port หรือ Reduce Bore จะมีราคาถูก เนื่องจาก Ball และ Body จะมีขนาดเล็กเป็นวาล์วประหยัด แต่มีข้อเสีย คือ Pressure Drop สูง

  1. Butterfly Valve เป็นวาล์วที่ใช้สำหรับเปิด-ปิด หรือการควบคุมปริมาณการไหล ลิ้นของวาล์วมีลักษณะเป็นแผ่นจาน มีก้านวาล์วเสียบผ่านลิ้น

สามารถแบ่งประเภทตามลักษณะต่างๆ ของวาล์วได้ ดังนี้:

ลักษณะของตัววาล์ว (3 ประเภทหลัก)

  1. Wafer Type: ไม่มีรูร้อยน็อต ทำให้ติดตั้งยาก โอกาสเยื้องศูนย์สูง ไม่สามารถถอดหน้าแปลนเพื่อซ่อมท่อได้
  2. Wafer Type with Alignment Hole: มีรูช่วยประคอง ป้องกันการเยื้องศูนย์ แต่ไม่สามารถถอดหน้าแปลนเพื่อซ่อมท่อได้
  3. Lug Type: มีรูร้อยน็อตครบ ทำให้ติดตั้งแม่นยำ สามารถถอดหน้าแปลนเพื่อซ่อมท่อได้ ในขณะที่วาล์วยังสามารถปิดกั้นน้ำได้อีกฝั่งหนึ่ง

  1. Check Valve เป็นวาล์วที่ใช้ควบคุมทิศทางการไหล ให้ของไหลไหลไปในทิศทางเดียว (ป้องกันการไหลกลับ)

สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้:

  1. Swing Check Valve ลิ้นวาล์วมีลักษณะเป็นแผ่นจาน มีแขนห้อยอยู่กับจุดหมุน หากของเหลวไหลย้อนกลับจะทำให้ลิ้นวาล์วปิด
  2. Spring Load Check Valve มีสปริงช่วยกดลิ้นวาล์วให้ปิดก่อนที่จะเกิดการไหลกลับของของเหลว ป้องกันการเกิด Water Hammer

สามารถแบ่งประเภทตามจำนวนชิ้นส่วนของลิ้นวาล์วได้ดังนี้:

  • Swing Check Valve with Spring Load (Single Disc): สามารถใช้กับระบบน้ำเสียได้
  • Duo-Disc Check Valve หรือ Non-Slamming Check Valve (Duo Disc): มีลิ้น 2 ชิ้น ที่มีแกนอยู่ตรงกลาง ไม่ควรใช้กับระบบน้ำเสีย เพราะสิ่งสกปรกอาจอุดตัน ทำให้วาล์วปิดไม่สนิท
  • Silent Check Valve: มีลิ้นวาล์วเดียว เคลื่อนที่ในแนวแกนท่อ
  1. Modulating Check Valve
  • เป็น Check Valve ที่มี Diaphragm เป็นตัวควบคุมให้ลิ้นวาล์วเปิดหรือปิด
  • สามารถปรับความเร็วในการเปิดของวาล์วได้ โดยการปรับ Needle Valve เพื่อเติมน้ำหรือระบายน้ำจาก Diaphragm Chamber ให้เหมาะสม
  • ป้องกันการเกิด Water Hammer ขณะเปิดหรือปิด Pump ได้
  1. Booster Pump Control Valve
  • ทำหน้าที่เหมือน Modulating Check Valve แต่มีวงจรไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • 3-Way Solenoid Pilot เป็นชิ้นส่วนสำคัญในการเปิด-ปิดวาล์ว
  • ต่อ Interlock เข้ากับมอเตอร์ของ Pump ทำให้วาล์วปิดสนิทก่อน Pump หยุดทำงาน จึงไม่มีการไหลกลับของน้ำ ป้องกันการเกิด Water Hammer 

⚙️วาล์วทั้ง 5 ประเภทเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับงานระบบประกอบอาคาร ซึ่งวาล์วมีหลายประเภทให้เลือกใช้ ขึ้นอยุ่กับลักษณะ และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

“บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด(มหาชน) จัดจำหน่ายวาล์วและอุปกรณ์ประกอบท่อ ภายใต้แบรนด์ Fivalco แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม