สารบัญ (Table of Contents)
Automatic Sprinkler System คืออะไร?
Automatic Sprinkler System (ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ) คือ ระบบดับเพลิงภายในอาคารที่สามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ การทำงานจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อตัวตรวจจับอุณหภูมิ (ที่หัว Sprinkler) ได้รับความร้อนจากเพลิงไหม้จนถึงระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้ ทำให้กระเปาะแก้วแตกหรือหลุดออก จากนั้นน้ำจะไหลออกมาด้วยแรงดันที่เหมาะสมเพื่อดับไฟ ทำให้สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ประเภทของระบบ Automatic Sprinkler System มีอะไรบ้าง?
1. ระบบท่อเปียก (Wet Pipe System)
เป็นระบบที่เหมาะสมและนิยมติดตั้งที่สุดสำหรับอาคารทั่วไป ภายในเส้นท่อจะมีน้ำอยู่ตลอดเวลาภายใต้ความดัน เมื่อเกิดเพลิงไหม้และหัวกระจายน้ำแตก น้ำจะฉีดออกมาดับไฟได้ทันที
2. ระบบท่อแห้ง (Dry Pipe System)
ระบบนี้ภายในท่อจะไม่มีน้ำอยู่เลย เหมาะสำหรับติดตั้งในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำแข็งตัวอุดตันในเส้นท่อ
3. ระบบเปิด (Deluge System)
เหมาะสำหรับพื้นที่ที่เพลิงไหม้สามารถเกิดขึ้นและลุกลามได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ระบบนี้จะใช้หัวกระจายน้ำแบบเปิด (Open Sprinkler) หรือ Spray Nozzle เมื่อระบบทำงาน น้ำจะฉีดออกมาพร้อมกันทุกหัวเพื่อควบคุมเพลิงในทันที
4. ระบบท่อแห้งแบบชะลอน้ำเข้า (Pre-Action System)
เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสียหายจากน้ำ (เช่น ห้องเซิร์ฟเวอร์) ระบบนี้จะป้องกันการฉีดน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยต้องมีการตรวจจับเพลิงไหม้จากระบบอื่น (เช่น Smoke Detector) ร่วมด้วยน้ำจึงจะถูกปล่อยเข้าท่อ
ส่วนประกอบสำคัญของระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง
- หัวกระจายน้ำดับเพลิง (Sprinkler Heads): อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการปล่อยน้ำ
- ระบบท่อน้ำและระบบส่งน้ำ (Piping & Water Supply): โครงข่ายที่พาน้ำไปสู่หัวฉีด
- วาล์วสัญญาณระบบท่อเปียก (Wet Pipe Alarm Valve): ทำหน้าที่เช็คแรงดัน ป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ และส่งเสียงเตือนผ่าน Water Motor Gong เมื่อระบบทำงาน
- อุปกรณ์ส่งสัญญาณการไหลของน้ำ (Water Flow Switch): แจ้งเตือนเมื่อมีการไหลของน้ำในแต่ละโซน
- สถานีทดสอบระบบ (System Test Station): ใช้สำหรับทดสอบการทำงานของระบบเตือนภัย
ประเภทของหัวกระจายน้ำดับเพลิง (Sprinkler Heads)
แบ่งตามลักษณะการติดตั้ง
- ชนิดหัวคว่ำ (Pendent Sprinkler): ฉีดน้ำลงแนวดิ่งปะทะแผ่นกระจายน้ำ
- ชนิดหัวหงาย (Upright Sprinkler): ฉีดน้ำขึ้นแนวดิ่งปะทะแผ่นกระจายน้ำ (นิยมใช้ในพื้นที่ไม่มีฝ้า)
- ชนิดติดกำแพง (Sidewall Sprinkler): กระจายน้ำออกด้านข้าง เหมาะกับพื้นที่แคบหรือทางเดิน
- ชนิดซ่อนในฝ้า (Concealed Ceiling Sprinkler): มีฝาครอบปิดเพื่อความสวยงาม
แบ่งตามการตอบสนองต่ออุณหภูมิ (Response Type)
- Standard Response: กระเปาะแก้วหนา 5 มม. ตอบสนองระดับมาตรฐาน
- Quick Response: กระเปาะแก้วหนา 3 มม. ตอบสนองต่อความร้อนได้รวดเร็ว
- ESFR (Early Suppression Fast Response): ปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่มีเพลิงไหม้รุนแรง
ความหมายของสีหลอดแก้ว (Glass Bulb Temperature Ratings)
หลอดแก้วจะแตกเมื่อความร้อนถึงจุดที่กำหนด โดยสีจะบ่งบอกพิกัดอุณหภูมิดังนี้:

สีแดง (Red): 68°C (155°F)
ระดับทั่วไป (Ordinary)

สีเหลือง (Yellow): 79°C (175°F)
ระดับปานกลาง (Intermediate)

สีเขียว (Green): 93°C – 100°C
ระดับปานกลาง (Intermediate)

สีน้ำเงิน (Blue): 141°C (286°F)
ระดับสูง (High)

สีม่วง (Purple): 182°C (360°F)
ระดับสูงมาก (Extra High)

สีดำ (Black): 260°C (500°F)
ระดับสูงพิเศษ (Ultra High)
ข้อควรระวังในการติดตั้งและการสำรองอุปกรณ์
เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุดของระบบ ควรจัดเก็บอุปกรณ์ในบรรจุภัณฑ์เดิมเสมอ ห้ามใส่รวมในถังหรือวางทับซ้อนกัน และต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเฉพาะในการติดตั้งเท่านั้น
กฎการสำรองหัวกระจายน้ำดับเพลิงในอาคาร (ต่อชนิดที่มีการติดตั้ง):
- ติดตั้งไม่เกิน 300 หัว: สำรองไม่น้อยกว่า 6 หัว
- ติดตั้ง 300 – 1,000 หัว: สำรองไม่น้อยกว่า 12 หัว
- ติดตั้ง 1,000 หัวขึ้นไป: สำรองไม่น้อยกว่า 24 หัว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ชุดวาล์วสัญญาณ (Alarm Check Valve) ทำหน้าที่อะไร?
A: ทำหน้าที่กันน้ำไหลย้อนกลับ ตรวจเช็คแรงดัน และเปิดให้น้ำไปกระตุ้นอุปกรณ์แจ้งเตือนเมื่อมีการทำงาน
Q2: Retard Chamber ในระบบ Sprinkler คืออะไร?
A: คือแท็งก์ชะลอการไหลของน้ำไปยังอุปกรณ์แจ้งเตือน เพื่อป้องกันการแจ้งเตือนผิดพลาด (False Alarm) จากแรงดันน้ำกระเพื่อม
Q3: Water Flow Switch ควรติดตั้งที่จุดไหน?
A: ควรติดตั้งอย่างน้อยชั้นละ 1 ตัว หรือตามโซนย่อย เพื่อให้ระบุตำแหน่งที่เกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ







