ท่อทองแดง (COPPER TUBE & FITTING) คืออะไร
(สำหรับงานระบบปรับอากาศ
)

ในงานติดตั้งระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น “ท่อทองแดง (Copper Tube) และข้อต่อทองแดง (Copper Fitting)” ถือเป็นอุปกรณ์ที่มองข้ามไม่ได้ เพราะทำหน้าที่ลำเลียงสารทำความเย็น (Refrigerant) ระหว่างคอยล์ร้อน (Condensing Unit) และคอยล์เย็น (Fan Coil Unit) โดยตรง การเลือกใช้ท่อและฟิตติ้งที่ได้มาตรฐานจึงมีผลต่อแรงดัน อัตราการไหล ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อน ตลอดจนการกลับของน้ำมันหล่อลื่นเข้าสู่คอมเพรสเซอร์ และอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศทั้งระบบ

มาตรฐานท่อทองแดงมีผลต่อการเลือกใช้

ท่อทองแดงที่ได้มาตรฐานสากล ASTM ซึ่งนิยมใช้ในงานระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  1. ASTM B88

    มาตรฐานท่อทองแดงไร้ตะเข็บสำหรับงานท่อน้ำและของไหลทั่วไป รวมถึงงาน HVAC บางประเภท มีความแข็งแรง ทนแรงดัน เหมาะกับท่อน้ำประปา ระบบน้ำร้อน ระบบก๊าซ และสามารถใช้กับงานท่อน้ำหล่อเย็น/ท่อน้ำในระบบปรับอากาศได้ในบางกรณี

  2. ASTM B280

    มาตรฐานสำหรับท่อทองแดงไร้ตะเข็บที่ออกแบบมาสำหรับงานปรับอากาศและทำความเย็นโดยเฉพาะ (ACR Copper Tube).
    ท่อจะผ่านการอบอ่อน (Annealed) ทำความสะอาด ทำให้แห้ง (Dehydrate) และปิดจุกหัว–ท้ายจากโรงงาน เพื่อป้องกันความชื้นและสิ่งสกปรกเข้าสู่ระบบสารทำความเย็น.

  3. ASTM B819  ท่อสำหรับระบบก๊าซทางการแพทย์

    มาตรฐานท่อทองแดงไร้ตะเข็บสำหรับระบบก๊าซทางการแพทย์ โดยมีข้อกำหนดเรื่องความสะอาดภายในและกระบวนการทำความสะอาดที่เข้มงวดกว่าท่อทั่วไปมาก ใช้ในงานระบบก๊าซทางการแพทย์เป็นหลัก ไม่ได้ใช้ทั่วไปในงานแอร์ แต่ถูกยกมาอ้างอิงเพื่อแสดงระดับความสะอาดและการควบคุมคุณภาพของท่อ

สำหรับฟิตติ้งทองแดงที่ใช้เชื่อมต่อท่อในระบบปรับอากาศ จะอ้างอิงมาตรฐาน ASME B16.22  ที่ใช้กับท่อมาตรฐาน ASTM B88 และ B280

ชนิดท่อทองแดงในงานระบบปรับอากาศ
สามารถจำแนกตามชนิดของท่อได้ 2 ประเภทหลัก ดังนี้

  1. ท่อชนิดเส้นตรง (Hard Drawn)

    เป็นท่อแข็งที่ผ่านกระบวนการดึงเย็น มีความแข็งแรง ทนต่อการกระแทก และเมื่อยึดแขวนจะไม่ตกท้องช้าง มักผลิตที่ความยาว 5.8–6 เมตร เหมาะสำหรับเดินท่อเมนของเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ เช่น 60,000 Btu/h ขึ้นไป หรือระบบ VRF/VRV ที่ต้องการความเรียบร้อยและความแข็งแรงของแนวท่อ

  2. ท่อชนิดม้วน (Soft Drawn / Pancake Coil)

    เป็นท่อที่ผ่านกระบวนการอบอ่อน ทำให้มีความอ่อนตัวและยืดหยุ่นสูง สามารถคลี่ออกเดินท่อได้เป็นช่วงยาว เช่น 15 เมตร หรือมากกว่า.
    ดัดโค้งเข้ามุมและบานแฟร์ (Flare) ได้ง่าย นิยมใช้กับงานแอร์ขนาดเล็ก และช่วงต่อสั้นๆ ก่อนเข้าเครื่องคอยล์เย็น เพื่อช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากคอมเพรสเซอร์

Type ท่อทองแดงบอกอะไร

สำหรับท่อมาตรฐาน ASTM B88 จะมีการแบ่งความหนาออกเป็น Type ต่างๆ ซึ่งสัมพันธ์กับค่าความสามารถในการรับแรงดัน

  • Type K (หนาที่สุด)

    เป็นท่อที่มีความหนาผนังมากที่สุด ทนแรงดันและอุณหภูมิสูงได้ดีที่สุด.
    เหมาะสำหรับงานหนัก เช่น ท่อเมนใต้ดิน ระบบดับเพลิง ระบบก๊าซแรงดันสูง หรืองานหล่อเย็นอุตสาหกรรมที่อุณหภูมิสูงมาก.

  • Type L (ความหนารองลงมา)

    เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในงานอาคาร เพราะให้สมดุลระหว่างความแข็งแรงและต้นทุน.
    ใช้แพร่หลายในงานประปา ระบบน้ำร้อน งาน HVAC และบางงานระบบสารทำความเย็นที่แรงดันไม่สูงเกินไป โดยในงานปรับอากาศและทำความเย็นทั่วไป รวมถึงระบบ VRF/VRV มักเลือก Type L เป็นมาตรฐานหลัก เนื่องจากมีความหนาเพียงพอต่อแรงดันของสารทำความเย็นสมัยใหม่ เช่น R410A หรือ R32.

  • Type M (ความหนาน้อยที่สุด/บางที่สุดในกลุ่ม B88)

    ผนังบาง น้ำหนักเบา ต้นทุนต่ำ เหมาะกับงานระบบท่อน้ำประปาแรงดันไม่สูง หรือระบบท่อน้ำทั่วไป.
    โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ Type M กับระบบปรับอากาศที่มีแรงดันสูง เช่น R410A หรือ R32 เนื่องจากความหนาอาจไม่เพียงพอสำหรับแรงดันใช้งานในระยะยาว

เมื่อเข้าใจมาตรฐานท่อทองแดง ชนิดท่อ และ Type ของท่อแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือก “ท่อที่เหมาะกับงานจริง” โดยเฉพาะระบบ VRF/VRV