Reflex นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนของระบบ HVAC

เป็นที่รู้กันว่า ในระบบปรับอากาศแบบใช้น้ำเย็นนั้น ฟองอากาศ เศษสนิมจากระบบท่อที่ปะปนอยู่ในระบบน้ำเย็นนั้นคือสิ่งที่ลดทอนทั้งประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ประกอบระบบ

ผลที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและความถี่ในการซ่อมบำรุงที่สูงเกินความจำเป็นตลอดการใช้งาน
Reflex นวัตกรรมเพื่อระบบ HVAC
Reflex นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนของระบบ HVAC ช่วยแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จด้วยฟังก์ชันการทำงานดังต่อไปนี้:
- ระบบกำจัดฟองอากาศ: กำจัดตั้งแต่ฟองอากาศขนาดใหญ่จนถึงระดับอากาศที่ละลายในน้ำ (Dissolved air) ออกจากระบบน้ำเย็น
- ระบบดักจับสิ่งสกปรก: ดักจับเศษโลหะเศษสกปรกออกได้เล็กถึงขนาดไมครอนโดยไม่สร้าง pressure drop
- ระบบควบคุมแรงดัน: เพิ่มระบบควบคุมแรงดันในระบบที่มีความแม่นยำสูงเพื่อป้องกันความดันระบบต่ำหรือสูงกว่าค่าที่ออกแบบ อันจะทำให้ประสิทธิภาพระบบด้อยลงหรือทำให้อุปกรณ์ประกอบระบบเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
- ระบบกำจัดอากาศในน้ำเติม: รวมถึงระบบกำจัดอากาศในน้ำเติม (make up water) เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการกำจัดออกภายหลัง
ประโยชน์ของนวัตกรรม Reflex
เพื่อการทำความเข้าใจที่ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือภาพรวมการทำงานของระบบ Reflex ในการจัดการระบบน้ำเย็น:
| ฟังก์ชันของ Reflex | การแก้ปัญหาในระบบน้ำเย็น | ผลลัพธ์ต่อระบบ HVAC |
|---|---|---|
| ไล่อากาศและ Dissolved Air | กำจัดฟองอากาศและก๊าซละลายที่ขัดขวางการแลกเปลี่ยนความร้อน | เพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็น ประหยัดพลังงาน |
| ดักจับเศษสกปรกระดับไมครอน | แยกเศษสนิมและตะกอนโลหะ โดยไม่มีผลกระทบต่อแรงดัน (No Pressure Drop) | ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ |
| ควบคุมแรงดันแม่นยำสูง | รักษาความดันน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ออกแบบ ไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป | ป้องกันอุปกรณ์ประกอบระบบเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร |
| บำบัดน้ำเติม (Make-up Water) | ไล่อากาศออกจากน้ำใหม่ที่เติมเข้ามาในระบบตั้งแต่ต้นทาง | ลดภาระการทำงานของระบบไล่อากาศภายในท่อ |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบควบคุมแรงดันและกำจัดอากาศ Reflex (FAQ)
Q: ทำไมอากาศและเศษสนิมในระบบน้ำเย็นจึงทำให้ค่าไฟและค่าซ่อมบำรุงระบบ HVAC สูงขึ้น?
A: ฟองอากาศและอากาศที่ละลายในน้ำ (Dissolved air) จะทำหน้าที่เป็นฉนวนกั้น ขัดขวางประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อน ทำให้เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำความเย็นให้ได้ตามเกณฑ์ ส่งผลให้กินไฟมากขึ้น ส่วนเศษสนิมและสารแขวนลอยจะเข้าไปกัดกร่อนและอุดตันตามวาล์วและอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วและต้องหยุดระบบเพื่อซ่อมบำรุงบ่อยครั้งครับ
Q: การดักจับสิ่งสกปรกของ Reflex แตกต่างจากตัวกรอง (Strainer) ทั่วไปอย่างไร?
A: แตกต่างกันที่เรื่องแรงดันตกคร่อมครับ ตัวกรองหรือ Y-Strainer ทั่วไป เมื่อดักจับสารสกปรกไปเรื่อยๆ จะเกิดการอุดตันและสร้างแรงดันตกคร่อม (Pressure Drop) สูง ทำให้ปั๊มน้ำต้องทำงานหนักขึ้น แต่นวัตกรรมของ Reflex สามารถดักจับสิ่งสกปรกได้ละเอียดลึกถึงระดับไมครอนโดยไม่สร้าง Pressure Drop เพิ่มเติมในระบบ จึงช่วยประหยัดพลังงานปั๊มน้ำได้อย่างดีเยี่ยมครับ
ติดต่อทีมงานวิศวกรของเราได้ทันที

Hazardous Area คืออะไร?

Cloud และ AI สำคัญต่ออาคารและโรงงานแค่ไหนในปี 2026

On-Grid vs Hybrid ต่างกันอย่างไร?

ข้อจำกัดของ Y-Strainer ในระบบ

ทำไมอาคารต้องมีระบบ Fire Alarm




